บ๊อบ บุญหดตัวจริงเป็นใคร

ทำไมถึงบุญหด?

ผมมีชื่อจริงว่า จักรกฤษณ์ ศรีวลี  ส่วน "บุญหด" เป็นชื่อของพระเอกนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งผมเขียนลงหนังสือพิมพ์ Asian Post สมัยที่อยู่อเมริกา (มีผู้อ่านอยากให้เปิดคอลัมน์สอนภาษาอังกฤษ แต่ผมขี้เกียจเขียนเป็นตำรา ก็เลยผูกเรื่องราวขึ้นมาเป็นนิยายสอนภาษาอังกฤษ) ท่านบรรเจิด ทวี หัวหน้ากองบก.เดลินิวส์ เกิดติดใจชื่อนี้เข้า พอผมมาเขียนที่เดลินิวส์ก็เลยกรุณาตั้งเป็นนามปากกามหามงคลให้

ถ้าอยากรู้เรื่องราวผมโดยละเอียดกว่านี้ ก็มีบทสัมภาษณ์ที่เคยลงในนิตยสารเปรียว แล้วก็บทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ซึ่งอาจจะช่วยคุณได้ถ้าคุณมีอาการนอนไม่หลับ

ผมทำงานอะไรมา

Jakkrit 1992แต่ชีวิตคนเรายังมีอะไร ๆ นอกเหนือจากวิชาการอีกเยอะ ดังนั้นระหว่างเรียนหนังสือ ผมก็ทำงานไปด้วย เป็นผู้ช่วยทนายความ นักดนตรี นักหนังสือพิมพ์ นักแปลเอกสาร และเป็นล่ามให้ US Department of State หรือ กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ อีกทั้งล่ามประจำ Los Angeles Superior Court หรือศาลสูงของลอสแอนเจลีส ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก 

ผู้ที่ให้โอกาสผมเกิดในเดลินิวส์คือ "พี่เล็กพี่น้อย" คุณสุรพล สุขถาวร และคุณสันทนีย์ วายุโชติ นักข่าวเดลินิวส์ประจำลอสแอนเจลีสในขณะนั้น เนื่องจากตอนนั้นคุณแสงชัย สุนทรวัฒน์ ได้ย้ายจาก ค่ายเดลินิวส์ไปอยู่ไทยรัฐ จึงมีคอลัมน์ว่างอยู่พอดี ตอนผมได้รับทาบทามยังนึกว่าจะเขียนสัก 2-3 ปีจนกว่าเขาจะบอกให้เลิกเขียน แต่ถึงทุกวันนี้เขาก็ยังไม่บอกซะที 

ผมกลับเมืองไทยเมื่อปี 2534 เพื่อสอบเข้ากระทรวงการต่างประเทศของไทย บังเอิญสอบได้ที่ 1 ก็เลยตัดสินใจทิ้งวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก (ซึ่งตอนนั้นกำลังเบื่อมาก) กลับมาตั้งรกรากที่เมืองไทย บรรจุเป็นเจ้าหน้าที่การทูตเมื่อต้นปี 2535 รายได้ลดฮวบลงประมาณ 20 เท่า แต่ก็ดีใจที่รู้สึกว่า ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองบ้าง 

หน้าที่หลักของผมคือเขียนสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษให้ผู้ใหญ่ ที่ผมรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษคือ ได้รับความไว้วางใจให้เขียนสำหรับนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของประเทศไทยทุกท่านนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา 

เมื่อกรกฎาคม 2542 ผมได้ไปประจำการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในตำแหน่งเลขานุการเอก แต่ก็ยังเขียนคอลัมน์ให้เดลินิวส์อยู่ครับ

เมื่อปลายปี 2545 กระทรวงฯ ได้เรียกผมกลับไปช่วยเตรียมงาน APEC 2003 ผมก็เลยได้อยู่มาเลเซียเพียงสามปีครึ่ง กลับไปเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่าย มีหน้าที่ดูแลด้านสารัตถะทั้งหมดของการประชุม แถมยังได้รับมอบหมายภารกิจแปลกๆ เช่นแต่งเนื้อเพลงภาษาอังกฤษสำหรับเพลงประจำเอเปคในปีนั้นด้วย

พอเอเปคผ่านพ้นไปด้วยดี ผมก็ย้ายกอง ไปเตรียมจัดประชุมผู้นำอีกสองกรอบ คือ BIMSTEC และ ACMECS ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองในปี 2547 แต่ก็ยังต้องยกร่างและตรวจแก้สุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ ไม่ต่างจากตอนที่เข้ากระทรวงใหม่ๆ เท่าไหร่ เพียงแต่ตอนนี้ยังต้องมีหน้าที่ของผอ.บวกเข้าไปด้วย

เมื่อต้นปี 2549 ผมก็เลยได้รับมอบหมายให้ไปช่วยราชการที่สำนักรัฐมนตรีอีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ทำจนกระทั่งรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งในเดือนกันยายน

ล่าสุดที่อัพเดทเว็บนี้ ก็ได้เดินทางไปประจำการต่างประเทศอีกครั้ง เป็นอัครราชทูตและรองหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 ครับ