The Bob Boonhod Website: My Column

Home  |  The Real Me  |  My Books  |  Speechwriting  |  My Other Writings  |  My Column



เรื่องเศร้าของสมบัติสาธารณะ

มาดูกันต่อจากคราวที่แล้วกันเลยนะครับ ที่คุณอำไพฯ ถามว่า tragedy of the commons หมายความว่าอะไร

ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่าวลีนี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะพบเจอในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าคุณเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไรก็จะเป็นประโยชน์กับตัวเองและส่วนรวม 

อย่างน้อยสำหรับผมเอง การที่อาจารย์ได้มอบหมายให้อ่านบทความเรื่อง The Tragedy of the Commons ที่ Garrett Hardin เขียนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำให้ผมเข้าใจโลกมากขึ้นเยอะ เข้าใจว่าพฤติกรรมของแต่ละคนส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างไร 

the commons ในที่นี้เป็นสังกัป (concept) ทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึงพื้นที่ส่วนรวมของสาธารณะ เช่นทุ่งหญ้าเปิด หรือมหาสมุทร หรือทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ 

ตัวอย่างง่าย ๆ คือทุ่งหญ้าที่เลี้ยงวัวได้ 10 ตัวพอดิบพอดี ซึ่งวัวแต่ละตัวก็มีคนเลี้ยงหนึ่งคน 

ตอนแรกคนเลี้ยงวัวแต่ละคนก็พอใจที่ร่วมใช้ทุ่งหญ้ากับคนอื่น แต่นาน ๆ เข้าคนหนึ่งก็เกิดรู้สึกว่าเลี้ยงวัวแบบยังชีพอย่างนี้ไม่เห็นได้เรื่องเลย ขืนทำการเกษตรแบบพอเพียงอย่างนี้คงไม่ได้มีโอกาสรวยกับเขาสักที อย่ากระนั้นเลย เพิ่มวัวมาอีกตัวดีกว่า 

เมื่อคนอื่นเห็นว่าคนแรกเลี้ยงวัวสองตัวได้ ก็ขอเอาอย่างมั่งสิ เรื่องอะไรจะปล่อยให้รวยอยู่คนเดียว เผลอแผล็บเดียวก็มีวัว 20 ตัวอยู่ในทุ่งหญ้า 

แต่ทุ่งหญ้านั้นก็ไม่ได้มีหญ้ามากกว่าเดิม วัวแต่ละตัวมีหญ้ากินแค่ครึ่งเดียวของวัวรุ่นแรก นมที่แต่ละตัวผลิตได้ก็น้อยลง แต่คนเลี้ยงยังได้กำไรมากกว่าเลี้ยงวัวตัวเดียวอยู่ดี ก็เลยเพิ่มเข้าไปอีกตัว ทุ่งหญ้าที่เลี้ยงวัวได้ 10 ตัวก็กลายมาเลี้ยงวัว 30 ตัว หญ้าถูกเหยียบย่ำงอกขึ้นไม่ทัน ผลผลิตรวมของวัวทั้งหมดก็ตกจากเดิม ในที่สุดทุ่งหญ้าก็พัง วัวอดอยากล้มตายกันเป็นแถว 

สรุปก็คือว่าคนเลี้ยงวัวแต่ละคนมุ่งแสวงประโยชน์ส่วนตัวจากทรัพยากรส่วนรวมที่มีจำกัด ซึ่งความจริงแล้วถ้าเขารู้จักพอเพียงก็จะเป็นการดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ถ้ารู้จักพอเพียงก็จะไม่มีใครได้กำไรไปกว่าคนอื่น 

ปกติคำว่า tragedy (แทร็ดจะดี่) แปลว่า โศกนาฏกรรม หรือ เรื่องที่น่าเศร้าสลด เช่น Romeo and Juliet is one of Shakespeare's greatest tragedies. = โรมีโอกับจูเลียตเป็นโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของเชคสเปียร์ 

แต่ที่ Hardin ใช้คำว่า tragedy เรียกปรากฏการณ์การใช้ทรัพยากรส่วนรวมนี้เป็นลักษณะ เรื่องที่น่าปลง น่าอนาถใจ มากกว่า เพราะถ้าเราตั้งสมมุติฐานว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มุ่งแสวงประโยชน์ของตนให้มากที่สุด อะไรที่เป็นสมบัติส่วนรวมก็ย่อมจะถูกปู้ยี่ปู้ยำจนไม่เหลือหลอ 

ปัญหาเรื่องสมบัติส่วนรวมนี้ เข้าข่ายปัญหาประเภทที่ไม่มีทางออกเชิงเทคนิค คือตราบใดที่เรายังมีสมมุติฐาน มีกฏกติกาเดิม และเล่นอยู่ในกรอบ เราก็จะไม่มีทางแก้ปัญหาได้ ทางออกวิธีหนึ่งจึงได้แก่การเปลี่ยนจากสมบัติสาธารณะมาเป็นสมบัติที่มีเจ้าของคอยดูแลรับผิดชอบ  
ถ้าเราจะใช้กรอบวิเคราะห์นี้มาศึกษาอย่างอื่นก็ได้ครับ ถ้าเข้าข่ายสมบัติส่วนรวม เช่นเราอาจมองว่าตราบใดที่ป่าไม้เป็นของสาธารณะก็ย่อมจะมีคนแอบตัดไปขายโดยไม่ปลูกแทน แต่ถ้าเป็นป่าชุมชน ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นจะมีผลประโยชน์ในการรักษามันไว้ให้ใช้ได้นาน ๆ เพราะพวกเขาต้องอาศัยมันต่อไป 

ก็น่าเสียดายนะครับที่นโยบายเป็นเรื่องของการเมืองมากกว่าวิชาการ


Home  |  The Real Me  |  My Books  |  Speechwriting  |  My Other Writings My Column

Copyright &COPY 1998 by Jakkrit Srivali. All Rights Reserved.